บทความที่ได้รับความนิยม

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

6. ข้อมูลด้านบุคคลสำคัญในตำบล/ปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น


ลำดับ
ชื่อ สกุล
ความรู้ความสามารถ
ที่อยู่
การนำมาใช้ในการเรียนรู้
1
นายอภิรักษ์  อนุยูร
กระจกแกะสลักลงทอง
70/481 หมู่ 16
กลุ่มกระจำแกะสลักลงทอง
2
นายสุชาติ  งั่วลำหิน
ปลาหมอสี
8/3 หมู่ 13
กลุ่มปลาหมอสี
3
นางแย้ม  คล้ายบุญมี
ถนอมอาหาร
20/4 หมู่ 8
แชมพูสระผมจากสมุนไพร น้ำจิ้มไก่ เต้าเจี้ยว
4
นายสะอาด  บัวคำ
มะพร้าวน้ำหอม
4/7 หมู่ 6
ศูนย์การเรียนรู้การปลูกมะพร้าวน้ำหอม
5
มูลนิธิลุงขาวไขอาชีพ
สอนอาชีพ
 การทำอาหรคาว-หวาน งานฝีมือทั่วไป
3/62 หมู่6
เสริมอาชีพเพิ่มรายได้
6
นายสมพงษ์  สิริแสงจันทร์
การแพทย์แผนไทย และสมุนไพร
15/3 หมู่ 1
การแพทย์แผนไทย และสมุนไพร
7
นางสาวกิตติยา  ถานาบำรุง
การนวดแผนโบราณ
2/1056 หมู่ 1
การนวดแผนโบราณ
8
นางสาวทองลุน สิงหนาด
การนวดแผนโบราณ
15/4 หมู่ 1
การนวดแผนโบราณ
9
คุณนุชลีวัลย์  พรหมเกื้อ
ผลิตของที่ระลึก
44/162 หมู่ 15
ผลิตของที่ระลึกต่าง
10
นายสมศรี  สุขสำราญ
กลองยาว
หมู่ 7
การละเล่นกลองยาว
11.
นายเจริญ  แตงอ่อน
กลองยาว
หมู่ 7
การละเล่นกลองยาว

5. ข้อมูลด้านแหล่งเรียนรู้ในตำบล

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น


พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วัดตะวันเรือง  หมู่ที่ 11  ตำบลคลองสี่  อำเภอคลวง  จังหวัด  ปทุมธานี
                สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2527  เดิมเป็นที่ประดิษฐานของหลวงปู่สุโขทัย ปัจจุบันปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับจัดเก็บพระพุทธรูปปางต่างๆ   คัมภีร์ใบลาน  ถ้วยชาม สมัยโบราณ  เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เข้าไปศึกษาหาความรู้

5.2  โบราณสถาน และ โบราณวัตถุ

5.2.1  โบราณสถาน และ โบราณวัตถุ ณ วัดตะวันเรือง  วัดตะวันเรืองเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมานานกว่า 100 ปี จึงมีโบราณสถานต่างๆ ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้อนุรักษ์ไว้ ดังนี้
·             อุโบสถ 
สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2507  สมัยพระครูสังวาลย์  สิริจันโท  เป็นเจ้าอาวาส  โดยมีอุบาสิกาบุญมาก  บางชวด เป็นผู้นำสร้างแล้วเสร็จในปี  พ.ศ. 2509
พ.ศ. 2539  อุบาสิกาบุญนาก  ได้บริจาคทุนทรัพย์วาดจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถ
พ.ศ. 2545  ได้บูรณะซ่อมแซมเปลี่ยนซุ้มประตู  หน้าต่าง  และทาสีใหม่  โดยมีนายสมัคร  นางนก  แก้วทั่งรื่น  เป็นประธานทอดกฐิน
พ.ศ. 2550  ได้บูรณะซ่อมแซมด้วยการเปลี่ยนกระเบื้องใหม่  เปลี่ยนช่อฟ้า  ใบระกาใหม่ทั้งหมด  ซ่อมแซมหน้า
·             บันใหม่ตลอดจนทาสีใหม่

·             หอสวดมนต์สิริวรคุณ  สร้างแล้วเสร็จในปี  พ.ศ. 2522
·             ศาลาการเปรียญ  สร้างในปี พ.ศ.2524  สมัยพระครุโฆสิตศีลคุณเป็นเจ้าอาวาส
·             โรงเรียนปริยัติธรรมโฆสิตศีลคุณ สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2535  ชั้นบนเป็นโรงเรียน  ชั้นล่างเป็นหอฉัน
·             วิหารหลวงปู่สุโขทัย  สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2527 ( เดิมเป็นศาลาพักริมทาง )

·             วิหารบูรพาจารย์  สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2542

·             ฌาปณสถาน ( เมรุ )  สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2534







5.3  แหล่งท่องเที่ยว

                ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นประตูสู่เอเชีย  ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกและแวะพักรอขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางต่อ ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งที่ควรมีพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะมีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น
5.3.1                วัดตะวันเรือง
Ø   สักการะพระศักดิ์สิทธิ์ของวัด  มีหลวงปู่สุโขทัย  หลวงพ่อผ่อง  พระประธาน  หลวงพ่อพุทธโสธร(จำลอง) 4  บูรพาจารย์  สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต  พรหมรังสี)
Ø   ชมหน้าบันโลงทอง ( แห่งเดียวในประเทศไทย )
Ø   ชมวัตถุโบราณ (คัมภีร์เก่า  ธรรมาสน์  ตู้พระธรรม) ที่พิพิธภัณฑ์สถาน
Ø   หาความรู้ดูตำราที่ห้องสมุดทองหล่อ
Ø   พักผ่อนหย่อนใจที่หอไตรกลางสระโมกขรณี
Ø   ชมหมู่มัจฉาที่หน้าวัด ( ให้อาหารปลา )
Ø   หาความร่มรื่นที่ลานธรรม  มีร่มเงาแมกไม้น่ารื่นรมย์
Ø   ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง  อุโบสถอันงดงาม
5.3.2                วัดเพิ่มทาน
5.3.3                วัดมงคลพุการาม
5.3.4                วัดสว่างภพ
5.3.5                ศาลเจ้าพ่อช้างเหยียบ
5.3.6                ฟาร์มเพาะเลี้ยงปลาหมอสี  หมู่ที่  12  ถนนเลียบคลองสี่ฝั่งตะวันตก 
5.3.7                ฟาร์มไก่ชน  หมู่ที่  8  และหมู่ที่  13
5.3.8                ศูนย์แสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (ศูนย์ OTOP) หมู่ที่ 1

5.4  แหล่งภูมิปัญญา
5.4.1  กลุ่มแม่บ้านคลองสี่  หมู่ที่ 1  การหล่อรูปเหมือนด้วยเรซิน
5.4.2  ศูนย์การเรียนรู้การปลูกมะพร้าวน้ำหอม
5.4.3  การเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ด  ในตำบลคลองสี่มีกลุ่มที่ดำเนินกิจกรรมเรื่องการเพาะเห็ดอยู่หลายแห่ง  ดังนี้
-                   กลุ่มเพาะเห็ด หมู่ที่ 1
-                   กลุ่มเพาะเห็ด หมู่ที่ 3
-                   กลุ่มสร้างกิจกรรมเพาะเห็ดนางฟ้า  หมู่ที่ 4
-                   กลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้า หมู่ที่ 6
-                   กลุ่มเพาะเห็ด หมู่ที่ 9 
-                   กลุ่มเพาะเห็ด หมุ่ที่ 12  ทำกิจกรรมเพาะพันธุ์เห็ด (ฮังการีย์)
-                   กลุ่มเพาะเห็ดหมู่ที่ 14
-                   กลุ่มสร้างกิจกรรมเพาะเลี้ยงเห็ด หมู่ที่ 15
5.4.4                    การผลิตปุ๋ยชีวิภาพ  ในตำบลคลองสี่มีกลุ่มที่ทำกิจกรรมด้านนี้หลายกลุ่ม ดังนี้
-                   กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภาพ  หมู่ที่ 5
-                   กลุ่มเกษตรกร  หมู่ที่ 8
-                   กลุ่มเกษตรกร  หมู่ที่ 16
5.4.5                   กลุ่มเพาะเลี้ยงกบ  หมู่ที่ 7
5.4.6                   กลุ่มชมรมผู้สูงอายุ ตำบลคลองสี่  ทำกิจกรรมผลิตยาหม่องชนิดน้ำและครีม
5.4.7                   กลุ่มเกษตรกร  หมู่ที่ 10  ทำกิจกรรมปลูกพันธุ์ผักสวนครัว
5.4.8                   กลุ่มเพาะเลี้ยงปลาดุก  
5.4.9                   กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด 
5.5  แหล่งเรียนรู้อื่นๆ
5.5.1  ห้องสมุดทองหล่อ  สร้างเมื่อ  พ.ศ. 2547
5.5.2  หอพระไตรปิฎกกลางน้ำสร้างเมื่อ  พ.ศ. 2551  ( เดิมเป็นศาลาพักร้อน )

4. ข้อมูลด้านวัฒนธรรม ประเพณี การละเล่นพื้นบ้าน

ประเพณีตักบาตรพระร้อย


ประวัติ / ความเป็นมา

ประเพณีตักบาตรพระร้อย นับว่าเป็นประเพณีอันดีงามของชาวจังหวัดปทุมธานีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมานับร้อยปี นอกจากชาวปทุมธานีที่ยึดถือปฏิบัติกันแล้วยังปรากฏว่า การตักบาตรพระร้อยเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวตำบลคลองสี่
ในตำบลคลองสี่ การตักบาตรพระร้อยเป็นหน้าที่ของทางวัดทุกวันจะผลัดกัน การตักบาตรพระร้อยมาจากการต้องใช้พระเป็นจำนวนมาก จึงเรียกว่าพระร้อย และความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก จึงลุล่วงไปด้วยดี การตักบาตรพระร้อยเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ของชาวตำบลคลองสี่ วัดที่จัดตักบาตรพระร้อยต้องกำหนดวันที่เรียบร้อย มักทายกวัดที่เป็นเจ้าภาพก็ไปนิมนต์พระวัดต่างๆ ตามจำนวนที่ต้องการ พร้อมกับแจ้งกำหนดงาน  ประเพณีตักบาตรพระร้อยเริ่มตั้งแต่เทศกาลออกพรรษา คือ วันขี้น 15 ค่ำเดือน 11 แต่วันที่มีการตักบาตรจะเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 
4.6  ตักบาตรน้ำผึ้ง
ความหมาย
การตักบาตรน้ำผึ้งเป็นการนำน้ำผึ้งใส่บาตรเพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้ในการทำยารักษาโรคในช่วงจำพรรษา
ลักษณะของประเพณี / การละเล่นพื้นบ้าน / พิธีกรรมหรือความเชื่อ
                ในการทำบุญตักบาตรน้ำผึ้งจะมีการห่อข้าวต้มสำหรับทำบุญใส่บาตรพร้อมกับน้ำผึ้งด้วย
ความสำคัญ / ประโยชน์ และคุณค่าที่เกิด
ถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานตั้งแต่สมัยโบราณ  เพราะน้ำผึ้งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการทำยา  และ  โดยเฉพาะพระสงฆ์ไว้ใช้ยามจำเป็นในช่วงเข้าพรรษา

4.7 การเล่นหมากเก็บ
ความหมาย
การเล่นหมากเก็บเป็นการฝึกทักษะ  และความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือ  และความไวของสายตา  ใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหา  เมื่ออดีตได้รับความนิยมในการเล่นในเด็กผู้หญิงมาก  แต่ปัจจุบันยังมีความนิยมอยู่เฉพาะในกลุ่มเด็กประถมศึกษาเท่านั้น
ลักษณะของประเพณี / การละเล่นพื้นบ้าน / พิธีกรรมหรือความเชื่อ
การเล่นหมากเก็บ  มีจำนวนผู้เล่น  2 5  คน  อุปกรณ์การเล่นก้อนหินกลมเล็ก  5  ก้อน  กติกาการเล่น  วิธีการหาผู้ที่จะได้เล่นก่อนใช้วิธีขึ้นร้าน  คือการกำก้อนหินทั้ง  5  ก้อนไว้ในมือแล้วโยนขึ้นไม่ให้สูงมากนัก  รับก้อนหินทั้ง  5  ก้อนด้วยหลังมือแล้วโยนพร้อมกับพลิกมือหงายรับก้อนหิน  ใครรับก้อนหินได้มากที่สุดจะได้เล่นก่อน  การเล่นหมากเก็บจะเริ่มจากหมากตัวที่  1  ถึงตัวที่  4  ด้วยวิธีการโยนก้อนหินก้อนหนึ่งไปบนอากาศ  แล้วเก็บก้อนหินทีละก้อนพร้อมกับรับก้อนที่โยนไปไม่ให้ตกพื้น  ทำจนกว่าจะครบ  5 ก้อน  หมากที่  2  ถึงหมากที่  4  ก็ทำเช่นเดียวกัน  แต่ต่างกันตรงการเก็บลูกหิน  เก็บครั้งละ  2  ครั้งละ  4  ตามลำดับ  เมื่อครบหมากที่  4  ก็ขึ้นร้าน  นับคะแนนแข่งกันหลังจากขึ้นร้านแล้วก็เริ่มหมากที่  1  ใหม่  ทำเช่นนี้จนครบ  100  คะแนน  ใครครบก่อน  คือผู้ชนะ  ส่วนการเล่นใครทำก้อนหินตก  โยนแล้วรับไม่ได้หรือเก็บไม่ครบจำนวนก็ต้องตาย  ให้สิทธิ์คนอื่นเล่นต่อ   
ความสำคัญ / ประโยชน์ และคุณค่าที่เกิด
เป็นการละเล่นที่มีมาแต่สมัยโบราณ  สามารถฝึกสมาธิ  และความสัมพันธ์ระหว่างสายตา  และมือในการนับ


4.10  การทำขวัญข้าว
ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ (ข้าว) ตามความเชื่อว่าแม่โพสพมีพระคุณจึงต้องทำขวัญเป็นการกล่าวขอขมาต่อต้นข้าวทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับข้าว ทั้งการเกิดเองตามธรรมชาติ และจากการที่มนุษย์จะกระทำอะไรก็ตามกับต้นข้าว เช่น เกี่ยวข้าว อีกทั้งเพื่อเป็นการขอบคุณและเอาใจแม่โพสพที่ให้ความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนนา และเพื่อขออภัยและเรียกขวัญแม่โพสพ เป็นสิริมงคลดลบันดาลให้มั่งมียิ่งขึ้น ปกติจะทำกันในวันศุกร์ซึ่งถือว่าเป็นวันขวัญข้าว
ประเพณีทำขวัญข้าวของบางจังหวัด อาจมีประเพณีทำขวัญข้าว อยู่ 2 ช่วง คือ ช่วงที่ข้าวตั้งท้อง และช่วงข้าวพร้อมเกี่ยว โดยในแต่ละช่วงจะมีเครื่องเซ่นไม่เหมือนกัน เครื่องเซ่นของการทำขวัญข้าวตอนตั้งท้อง ด้วยความเชื่อที่ว่า แม่โพสพเป็นมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน พอข้าวตั้งท้อง จึงเชื่อว่าจะอยากทานอาหารเหมือนคนท้อง สิ่งที่ขาดไม่ได้ในเครื่องเซ่นช่วงดังกล่าวจึงเป็นของรสเปรี้ยว อ้อย น้ำมะพร้าว นอกเหนือจากหมาก พลู ธงกระดาษสีต่างๆ ผ้าแดง ผ้าขาว ใส่ลงในชะลอมเล็ก ๆ มีเส้นด้ายสีแดงและสีขาวเพื่อผูกเครื่องเซ่นเข้ากับต้นข้าว ดอกไม้ และด้วยความเชื่อว่าแม่โพสพเป็นผู้หญิง จึงต้องมีน้ำอบ น้ำหอมด้วย โดยคนที่ทำพิธีมักจะเป็นผู้หญิงเจ้าของที่นา แต่พิธีนี้ให้โอกาสผู้ชายทำได้แต่ไม่นิยม หลังจากมัดโยงเครื่องเซ่นกับต้นข้าวด้วยด้ายสีแดงและขาวเข้าด้วยกันแล้ว ผู้ทำพิธีจะพรมน้ำหอมแป้งร่ำต้นข้าว จากนั้นจึงจุดธูปปักลงบนที่นาพร้อมกล่าวคำขอขมาต่าง ๆ แล้วแต่ที่จะนึกได้ ส่วนมากก็จะเป็นการบอกกล่าวถึงสิ่งที่กำลังจะทำ เช่น ขอให้มีรวงข้าวสวย มีข้าวเยอะ ๆ ให้ผลผลิตสูง ๆ เมื่อพูดทุกอย่างที่อยากพูดจบก็ต้อง กู่ร้องให้แม่โพสพรับทราบเจตนาดัง ๆ
เมื่อข้าวเริ่มตั้งท้องชาวนาจะเอาไม้ไผ่มาสานชะลอมแล้วนำเครื่องแต่งตัวของหญิง เช่นแป้ง น้ำมันใส่ผม น้ำอบไทย หวี กระจกใส่ในชะลอม พร้อมด้วยขนมหวานสักสองสามอย่าง ส้มเขียวหวาน ส้มโอแกะกลีบ ปักเสาไม้ไผ่แล้วเอาชะลอมแขวนไว้ในนา เพื่อให้แม่พระโพสพแต่งตัวและเสวยสิ่งของนั้น จะได้ออกรวงได้ผลดี เขาเรียกว่า เฉลว
หลังจากพิธีทำขวัญข้าวในช่วงข้าวพร้อมเกี่ยว ก็ทำการเก็บเกี่ยวข้าวได้เลย หลังจากนั้นก็เตรียมตัวทำพิธี รับขวัญแม่โพสพ ในวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปีต่อไป แม้ว่าการทำนาปัจจุบันจะทำได้ถึงปีละ 3 ครั้งแต่ประเพณียังคงต้องทำตามการปลูกข้าวตามฤดูกาลในอดีตเท่านั้น การทำขวัญข้าว ผู้ชายสามารถทำขวัญข้าวได้ แต่รับขวัญข้าวไม่ได้เด็ดขาด
4.11 พิธีไหว้ครูดนตรีไทย
ความหมาย
1.เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล ด้วยการถวายเครื่องสักการะ พลีกรรมแก่ปรมาจารย์ทั้งหลายทั้งปวง ที่มาประสิทธิ์ประสาทความรู้ให้แก่ศิษย์
2.เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดความมั่นใจในการเรียนนาฏศิลป์เป็นอย่างดี เมื่อได้ผ่านพิธีกรรมมาแล้ว
3.เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษ หากศิษย์ได้กระทำสิ่งที่ผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านกายกรรม วจีกรรม หรือมโนกรรมก็ตาม
4.เพื่อไว้สำหรับต่อท่ารำที่เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงที่มีความเชื่อมาแต่โบราณว่า เพลงหน้าพาทย์บางเพลงจะต้องต่อท่ารำในพิธีไหว้ครู จึงจะเกิดเป็นสิริมงคล ทั้งแก่ผู้สอนและผู้เรียน
5.เพื่อเป็นสิ่งเตือนสติให้ศิษย์ระลึกถึงครู อันเป็นเครื่องเตือนใจที่จะประพฤติแต่ในสิ่งที่ดีงาม อยู่ในศีลธรรมจรรยา ตั้งตนอยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์
ตำนานการไหว้ครู
มีตำนานที่ถือว่าวันพฤหัสบดีเป็นวันครู นอกจากนี้ยังถือกันว่าเวลากลางวันพระพฤหัสบดีเป็นธาตุไฟ และเป็นธาตุน้ำในเวลากลางคืน เป็นดาวพระเคราะห์ที่ให้วิทยาความรู้แก่มนุษย์ เราจึงถือว่าวันพฤหัสบดีเป็นวันครู เดือนที่นิยมกระทำพิธีไหว้ครู ตามแบบโบราณนิยมให้ประกอบพิธีไหว้ครูและครอบครูในเดือนคู่ เช่น เดือน 4 เดือน 6 เดือน 8 เดือน 10 เดือน 12 และเดือนยี่ แต่มีข้อยกเว้นเดือนเดียวคือ เดือน 9 อนุโลมให้จัดพิธีได้ เพราะถือว่าเดือน 9 เป็นเลขมงคลของไทยสืบมา ในบางครั้งตามคติโบราณยังต้องระบุจันทรคติเพิ่มขึ้นด้วย โดยพิจารณาอีกว่าตรงกับวันขึ้นแรมข้างใด จะนิยมวันพฤหัสบดีข้างขึ้น เพราะข้างขึ้นถือว่าเป็นวันฟู เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง
ลักษณะของประเพณี / การละเล่นพื้นบ้าน / พิธีกรรมหรือความเชื่อ
                1.จัดเตรียมสถานที่และทำความสะอาดบริเวณที่จัดให้เรียบร้อย
2.เชิญหัวโขนหรือศีรษะครู ทั้งที่เป็นเทพเจ้า เทวดา ฤาษี และคนธรรพมาประดิษฐาน เพื่อเป็นประธานตั้งไว้บนโต๊ะที่เตรียมพร้อมแล้ว
3.พิธีสวดมนต์ไหว้พระ จำนวน 9 รูป
4.จัดเครื่องกระยาบวช เครื่องสังเวย เครื่องสักการะ มีดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องสังเวยจะจัดออกเป็น 3 ชุด คือ
-                   ส่วนของพระมหาเทพ เทวดา นางฟ้า เป็นอาหารสุก
-                   ส่วนของพระครูฤาษี พระประคนธรรพ เป็นอาหารสุก
-                   ส่วนของพระพิราพ ซึ่งเป็นเทพอสูร เป็นอาหารดิบ
5.เชิญประธานจัดงานมาจุดธูปเทียนบูชาครู ครูผู้ประกอบพิธีแต่งชุดขาว อ่านโองการเชิญครูต่างๆ มาร่วมพิธี
6.ดนตรีบรรเลงเพลงหน้าพาทย์แต่ละเพลงตามที่ครูผู้ประกอบพิธีจะเรียกเพลง
7.ครูผู้ประกอบพิธีกล่าวถวายเพื่อเซ่นสังเวยต่างๆ ที่ได้จัดมา เสร็จแล้วกล่าวลาเครื่องเซ่นสังเวย
8.ผู้มาร่วมงานรำถวายเพื่อบูชาครู ซึ่งนิยมรำเพลงช้า เพลงเร็ว เพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงบางเพลง เช่น ตระนิมิตร ตระบองกัน คุกพาทย์ เป็นต้น
9.ครูผู้ประกอบพิธี ทำพิธีครอบให้ศิษย์ที่มาร่วมงาน โดยนำศรีษะครูมาครอบให้ 3 ศรีษะ คือ
-                   ศรีษะพระครูฤาษี อันเป็นสัญลักษณ์ครูทั่วไป
-                   ศรีษะพระพิราพ อันเป็นสัญลักษณ์ครูโขน
-                   ศรีษะเทริดโนห์รา อันเป็นสัญลักษณ์ครูละคร
10.ลูกศิษย์นำขันกำนล มีดอกไม้ ธูปเทียน ผ้าเช็ดหน้าขาว เงินกำนลครู 24 บาท ผู้ที่ได้รับครอบถือว่าเป็นศิษย์ที่มีครูแล้ว และในวงการนาฏศิลป์ได้รับคนผู้นี้เป็นนาฏศิลป์โดยสมบูรณ์
11.ลูกศิษย์ที่จะจบออกจากสถาบันเป็นปีสุดท้าย จะเข้ารับมอบ โดยครูผู้ประกอบพิธีจะส่งศรพระขันธ์ให้กับศิษย์ผู้นั้นรับไว้ เปรียบเสมือนการขออนุญาตเพื่อไปสอนศิษย์ต่อไป
12.ครูผู้ประกอบพิธีจะเจิมหน้าผาก ประพรมน้ำมนต์ พร้อมให้ของที่ระลึก และกล่าวอวยพรให้กับศิษย์ทุกคนที่เข้าพิธีไหว้ครู
13.ศิษย์ทุกคนจะรำส่งครู ซึ่งนิยมรำโปรยข้าวตอกดอกไม้เนื้อความเป็นสิริมงคลต่อไป
กำหนดวันและเดือนที่นิยมประกอบพิธีไหว้ครู
การจัดพิธีไหว้ครูมีข้อกำหนดว่าให้กระทำพิธีเฉพาะวันพฤหัสบดี อาจจะได้รับอิทธิพลมาจากพวก พราหมณ์ ซึ่งนับถือเทพเจ้านามพระพฤหัสบดีเป็นเทพฤกษ์ ในฐานะปุโรหิตาจารย์ที่เคารพนับถือของพระอินทร์และเทวดาอื่นๆ จึงนิยมไหว้ครูกันในวันพฤหัสบดี
ความสำคัญ / ประโยชน์ และคุณค่าที่เกิด
ส่วนที่จะโน้มน้าวจิตใจมนุษย์ให้รักษาความดี รักษาวิทยาการสืบเนื่องไปด้วยดี ทั้งยังจูงใจให้เป็นผู้มีนิสัยอ่อนโยนไม่แข็งกระด้างการไหว้ครู คือ การแสดงถึงความเคารพกตเวทีแด่ท่านบูรพาจารย์และครูบาอาจารย์ผู้ซึ่งได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ศิษย์ ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการ จึงพร้อมใจกันปวารณาตนรับการถ่ายทอดวิชาความรู้ ด้วยความวิริยะอุตสาหะมานะอดทน เพื่อจะได้เป็นความรู้ติดตัวนำไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ตนเองในภายภาคหน้า